“Panel discussion” (สัมนาด้วยรูแบบการอภิปรายกันเป็นคณะ)

สัมนาด้วยรูแบบการอภิปรายกันเป็นคณะ  เป็นการสัมนาโดยมีการกำหนดหัวข้อและเนื้อหาตามที่ได้ถูกกำหนดไว้ โดยผู้ที่ทำการอภิปรายเนื้อหาก็คือคณะผู้ทรงคุณวุฒิ เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ความรู้ตามหัวข้อเหล่านั้นประมาณ 3-8 คน ผู้อ๓ปรายแต่ละคนจะออกมาอ๓ปรายเพื่อให้ความคิดเห็น ข้อมูลเท็จจริง ความรู้ความเข้าใจของตนแก่ผู้ฟัง ผู้ฟังจะได้รับประโยชน์จากมุมมองและความรู้ที่แตกต่างลึกซึ้งแตกต่างกันไป

“Circular Response” (การอภิปรายแบบตอบกลับ)

การประขุมสัมนาที่เหมาะกับกลุ่มคนประมาณ 8-15 คน จัดสถานที่สัมนาให้เป็นโต๊ะกลมที่ทุกคนหันหน้าเข้าหากันประธานการสัมนาจะเป็นผู้เสนอหัวข้อ เนื้อหาและปัญหาให้รับฟังร่วมกัน จากนั้นเริ่มที่คนถัดจากประธานได้พูดจาอภิปรายตามความคิดความต้องการของตนเองเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว แล้วเรียงกันไปทางขวามือพูดทีละคนจนครบทุกคน

“Role Playing” (การอภิปรายแบบบทบาทสมมุติ)

การกำหนดเหตุการณ์โดยผู้จัดการสัมนาให้ผู้เข้าสัมนาได้สวมบทบาทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นความรู้สึกได้ตามบทบาทสมมุติที่ตนเองเล่นอยู่นั้น ผู้เข้าร่วมสัมนาจะได้ใส่หัวใจและเรียนรู้เข้าใจในความรู้สึกความคิดเห็นของบทบาทที่สวมอยู่ เกิดเป็นประสบการณ์ใหม่และความคิดความเข้าใจใหม่ ๆ ที่ลึกซึ้งขึ้นมา

“Round Table” (การอภิปรายแบบโต๊ะกลม)

การจัดที่นั่งเช่นเดียวกันกับการสัมนาแบบตอบกลับ แต่ต่างกันตรงที่เมื่อประธานการประชุมสัมนาพูดเสนอปัญหาและเนื้อหาแล้ว ไม่ต้องให้พูดเรียงทีละคนไล่กันไปเป็นลำดับ แต่ให้คนที่อยากแสดงความคิดเห็นหรือสอลบถาม มีเรื่องต้องการจะพูดยกมือขึ้นแล้วพูดได้เลย  

“Brain Storming” (การอภิปรายแบบระดมสมอง)

การสัมนาที่ต้องการการอภิปรายโดยผุ้เข้าร่วมสัมนาสามารถออกความคิดเห็นร่วมกันได้ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และเกิดบทสรุปตามหัวข้อและเนื้อหาที่กำหนด

“Symposium” (การอภิปรายแบบซิมโพเซียม)

การอภิปรายแบบซิมโพเซียม  เป็น การสัมนาในบรรยากาศอภิปรายแบบเป็นทางการวิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อเหล่านั้น มีวิทยากรได้หลายคนและแต่ละคนจะพูดในหัวข้อของตนไม่ก้าวก่ายหัวข้อที่ผู้อื่นพูดพูดตรงประเด็นชัดเจน ทำความเข้าใจแก่ผู้ฟังมากที่สุด